วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2551

Global Warming กับ ผลกระทบต่อหมี





ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฏาคม หมีขาวในอ่าวอัดสัน (Hudson Bay) ในประเทศแคนาดา แทบจะไม่ได้กินอะไรเลย เมื่อก้อนน้ำแข็งเคลื่อนที่ย้อนกลับระหว่างช่วงฤดูหนาว ซึ่งตามปกติแล้ว หมีขาวจะใช้ก้อนน้ำแข็งที่ล่องลอยอยู่ เป็นที่สำหรับล่าจับแมวน้ำ ซึ่งถือเป็นแหล่งอาหารหลัก
เมื่อไม่มีก้อนน้ำแข็ง ไม่มีอาหาร หมีต้องเผชิญกับความอดอยาก
รายงานข่าวเมื่อเดือน พฤศจิกายน 1999 CHURCHILL, Manitoba,
หมีขั้วโลกกำลังอยู่ในภาวะคับขันจากการขาดอาหาร เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ การละลายของน้ำแข็งบริเวณขั้วโลก ทำให้หมีไม่สามารถเข้าถึงแหล่งอาหารได้ จากการศึกษาของ Canadian Wildlife Service บรรดานักวิจัย เอียน สเตอร์ลิง,นิโคลาส เจ ลัน และ จอห์น ไอคอซซา (Ian Stirling, Nicholas J. Lunn and John Iacozza) พบว่าแมวน้ำ (ringed seals) ซึ่งเป็นแหล่งอาหารหลักของหมีขั้วโลกกำลังหายากขึ้นทุกที เพราะช่วงฤดูหนาวที่มีน้ำแข็งมีระยะเวลาสั้นลง ซึ่งแมวน้ำเหล่านี้อาศัยอยู่บนน้ำแข็งของอ่าวฮัดสัน (Hudson Bay)
จากการศึกษายังพบอีกว่า ฤดูน้ำแข็งในอ่าวฮัดสันมีระยะเวลาสั้นลง 3 สัปดาห์จากที่เคยเป็นมาในอดีต ทำให้หมีขั้วโลกมีระยะเวลาในการล่าน้อยลง และมีสภาพค่อนข้างย่ำแย่เนื่องจากน้ำหนักตัวลด ตัวเมียให้กำเนิดลูกน้อยลง ถึงแม้ว่ายังไม่มีการบ่งบอกจำนวนที่แน่ชัด แต่แนวโน้มของการลดลงนี้จะดำเนินต่อไปอย่างแน่นอน




หมีขั้วโลกบริเวณอ่าวฮัดสัน ในทะเลอาร์คติค มีลักษณะเฉพาะตัว เนื่องจากพวกมันมีระยะเวลาในการจำศีลและอดอาหารประมาณ 6 - 8 เดือน ขึ้นอยู่กับการดำรงชีวิตและการหาอาหารในฤดูน้ำแข็ง ตั้งแต่ฤดูหนาวในอ่าวฮัดสัน รวมถึงทั่วภูมิภาคในทะเลอาร์คติคสั้นลง การดำรงชีวิตของหมีขั้วโลกเหล่านี้กำลังอยู่ในภาวะล่อแหลม
แกรี่ คุก (Gary Cook) ผู้อำนวยการรณรงค์เรื่องอุณหภูมิของกรีนพีซ กล่าวว่า "หมีที่กำลังอดอยาก แนวประการังที่กำลังตายลง ภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง พายุเฮอร์ริเคน และปรากฏการณ์ความแปรปรวนทางอากาศทั้งหลาย แสดงให้เห็นถึงอันตรายที่เกิดขึ้น จากจากเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก ผู้ที่มีอำนาจในการปกครองทั้งหลาย ต้องให้ความสำคัญ ให้ความสนใจในอุตสาหกรรมน้ำมันจากฟอสซิล ดำเนินการแผนการใดๆอย่างจริงจังที่จะปกป้องโลกจากสภาวะอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้"

เชื่อโลกร้อนทำหมีขั้วโลกสูญพันธุ์

วารสารโพรซีดดิ้ง ของสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติ สหรัฐอเมริกา เผยเมื่อวันที่ 26 มีนาคมว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ อาจจะส่งผลให้ภูมิอากาศของโลกบางส่วนเปลี่ยนแปลงไป โดยคาดว่าหมีขั้วโลกและภูเขาน้ำแข็งอาจจะหายไปพร้อมๆ กันภายในปี 2643 ขณะที่จะมีสิ่งแปลกใหม่เกิดขึ้นในเขตร้อนแทนนายแจ๊ค ดับเบิลยู.วิลเลียม หัวหน้าทีมวิจัยที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการคำนวณการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เปิดเผยว่า เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของอากาศในบางพื้นที่ สัตว์และพืชอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในเขตนั้นๆ ก็จะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นไม่เพียงจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคเท่านั้น แต่หากจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศของโลกด้วย
โดยผลการวิจัยคาดว่า เส้นละติจูดบางแห่งจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 8 องศาเซลเซียสภายในสิ้นศตวรรษนี้ และเขตภูมิอากาศจะเปลี่ยนจากบริเวณเส้นศูนย์สูตรไปทางขั้วโลกมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้บริเวณขั้วโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น หมีขั้วโลกและแมวน้ำซึ่งอาศัยอยู่บริเวณน้ำแข็งขั้วโลกเหนือก็อาจจะได้รับผลกระทบกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่การวิจัยไม่ได้ระบุว่าชะตากรรมของสัตว์เหล่านี้จะเป็นอย่างไร
นอกจากนี้ เขตขั้วโลกจะหายสาบสูญไป และจะเกิดเขตใหม่ๆ ขึ้นบนโลกที่ได้กลายเป็นพื้นที่ที่ร้อนสุดสุดไปแล้ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิจะเห็นได้ชัดเจนที่ทวีปอาร์กติก และแอนตาร์กติก เนื่องจากหิมะและน้ำแข็งจะละลาย ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการสะท้อนแสงอาทิตย์ทำให้โลกร้อนมากขึ้น

1 ความคิดเห็น:

Rushy กล่าวว่า...

เริดดดดด




ค่ะ




หมี น่ารักมากมาย





แถมได้ความรู้ด้วย