
มนุษย์โลกได้เรียนรู้สืบทอดกันมาโดยตลอดว่า การอยู่ท่ามกลางแสงแดดหรือความร้อนนาน ๆ มีผลทำให้สุขภาพแย่ลงมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ผู้ที่ทำงานโรงงานถลุงเหล็ก โรงงานหลอมโลหะ เหมืองแร่ พนักงานผจญเพลิง ทหารเกณฑ์ ทหารอาชีพ นักกีฬาสมัครเล่นและอาชีพ และเกษตรกร เป็นตัวอย่างของผู้ที่ต้องทำงานหรือออกกำลังภายใต้ภาวะเหงื่อโซมกาย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้สูงอายุที่มีภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง ผู้ติดสุราเรื้อรัง และผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่มจิตเวช ยาที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทอัตโนมัติ หรือยาทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ล้วนเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดการเจ็บป่วยที่เกี่ยวเนื่องกับความร้อน แม้อยู่ท่ามกลางความร้อนเพียงปานกลาง Heatstroke ยังคงเป็นสาเหตุการตายที่พบได้บ่อย มีอัตราตายตั้งแต่ร้อยละ 10 ถึงร้อยละ 75 ในสหรัฐอเมริกามีประชาชนเสียชีวิตด้วยโรค “ภาวะช็อกจากความร้อน” มากกว่า 4,000 รายในแต่ละปี และเป็นสาเหตุการตายลำดับที่สองของนักกีฬารุ่นเยาว์ นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยที่มีสาเหตุสัมพันธ์กับความร้อน ซึ่งไม่ได้รายงานหรือไม่ได้นึกถึงอีกเป็นจำนวนมาก
ท่านที่เคยเดินทางผ่านไปประเทศตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งใน 1 ปีปฏิทินจะมีฤดูกาลซึ่งอุณหภูมิอากาศของประเทศร้อนสูงถึง 45-52 องศาเซลเซียส แต่ประชาชนของประเทศนั้นมีความรู้เพียงพอที่จะมีชีวิตอยู่ได้ในทะเลทรายที่มีอุณหภูมิสูงขณะนั้น และสามารถพัฒนาประเทศมาได้อย่างดียิ่ง จนถึงปัจจุบันจนเป็นเมืองตัวอย่าง เช่น เมืองดูไบ เป็นต้น โดยไม่มีผู้ใดประสบภยันตรายจากความร้อนในช่วงนั้น ทางการแพทย์มีความรู้เรื่องผลกระทบของความร้อนทั้งที่เกิดจากภายใน เช่น ภาวะไข้สูง หรือเกิดจากภายนอก เช่น ผู้ที่ปฏิบัติงานในโรงงานถลุงเหล็ก ฯลฯ ดังกล่าวข้างต้นแล้วนั้น จะเกิดผลกระทบต่อร่างกายได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ตะคริวแดด (Heat Cramps) ตะคริวแดดเป็นการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ มีอาการปวดและบังคับไม่ได้ มักเป็นที่น่อง ต้นขา และไหล่ ตะคริวแดดมักเป็นในผู้ที่มีเหงื่อออกมากและได้รับสารน้ำทดแทนด้วยน้ำเปล่าหรือสารละลาย Hypotonic อื่น ๆ ตะคริวอาจเกิดขึ้นขณะออกกำลังกายหรือหลังจากระยะแฝงเป็นเวลาหลายชั่วโมง บุคคลผู้ไม่เคยชินที่เริ่มการออกกำลังหนักท่ามกลางอากาศร้อนเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดตะคริวแดด แม้ว่าตะคริวแดดไม่ได้เป็นการเจ็บป่วยที่สำคัญนักและสามารถหายเอง ได้ แต่อาการปวดซึ่งเกิดร่วมด้วยอาจเป็นอาการที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์ได้ พยาธิกำเนิดของตะคริวแดดยังไม่ทราบกันอย่างแน่ชัด อย่างไรก็ตาม สมมุติฐานของการขาดโซเดียม โพแตสเซียม และสารน้ำอย่างสัมพันธ์ที่ระดับน้ำกล้ามเนื้อ เป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับกันโดยทั่วไป การที่มีการหลั่งเหงื่อซึ่งมีโซเดียมปริมาณสูงจำนวนมากควบกับการทดแทนโซเดียมไม่เพียงพอ เป็นผลให้เกิดภาวะโซเดียมต่ำ และก่อให้เกิดตะคริวด้วยการรบกวนการคลายตัวของกล้ามเนื้อซึ่งอาศัยแคลเซียม ภาวะโพแตสเซียมในเลือดต่ำจากการหายใจมากเกินไปและภาวะขาดน้ำอาจมีบทบาทส่งเสริมการเกิดตะคริว การรักษาประกอบด้วยการให้พักในสภาพแวดล้อมที่เย็นและให้สารน้ำและเกลือแร่ทดแทน ซึ่งอาจให้ดื่มหรือให้ทางหลอดเลือดก็ได้ ในรายที่เป็นไม่มากนักหรือมีผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาคับคั่ง อาจให้ผู้ป่วยดื่มสารละลายน้ำเกลือ 0.1 ถึง 0.2% ซึ่งส่วนใหญ่มักมีขายอยู่ตามท้องตลาด ในรายที่รุนแรงมากขึ้นอาจตอบสนองต่อการให้สารน้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ ตะคริวแดดสามารถป้องกันได้ด้วยการให้ได้รับเกลือในอาหารอย่างเพียงพอ หรือการดื่มน้ำเกลือแร่ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาด ไม่ควรใช้เกลืออัดเม็ดเนื่องจากเกลืออัดเม็ดระคายกระเพาะอาหารและมักเป็นผลให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน และเกลือเม็ดไม่ได้มีการชดเชยปริมาตรโรคเพลียแดด (Heat Exhaustion) การเพลียแดดเป็นกลุ่มอาการที่ไม่ชัดเจน มีลักษณะอาการที่ไม่จำเพาะ เช่น มึนงง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อ ลักษณะทางคลินิกอาจมีอาการเป็นลม, ความดันโลหิตตกเมื่อตั้งตัวขึ้น, หัวใจเต้นเร็ว, หายใจเร็ว, เหงื่อออกมาก และอุณหภูมิกายสูง อย่างไรก็ตามอุณหภูมิแกนแตกต่างกันออกไป อาจมีพิสัยตั้งแต่ปกติจนถึง 40 องศาเซลเซียส สภาพทางจิตประสาทปกติเนื่องจากอาการไม่จำเพาะและไม่ชัดเจน การวินิจฉัยการเพลียแดดจึงทำได้ด้วยการแยกโรคอื่นออกไป ในทางสรีรภาพ การเพลียแดดเป็นลักษณะร่วมของการขาดน้ำและเกลือแร่ การตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยทั่วไปมักพบภาวะเลือดเข้มข้น ส่วนความผิดปกติของเกลือแร่ขึ้นอยู่กับสัดส่วนการสูญเสียและการได้รับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับสารน้ำทดแทนมักเกิดภาวะโซเดียมในเลือดสูง ขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับสารน้ำเกลือแร่ทดแทนบางส่วนอาจมีอาการขาดสารน้ำที่มีระดับโซเดียมและคลอไรด์ในเลือดปกติ ส่วนความเข้มข้นของโพแตสเซียมและแมกนีเซียมมักแตกต่างกันออกไป การรักษาการเพลียแดดทำได้ด้วยการให้ผู้ป่วยพักและให้สารน้ำและเกลือแร่ทดแทน การให้สารน้ำปริมาณปานกลาง Saline Solution 1 ถึง 2 ลิตร ทางหลอดเลือดดำอย่างรวดเร็ว อาจจำเป็นในผู้ป่วยบางรายที่มีลักษณะ Tissue Hypoperfusion อย่างมีนัยสำคัญ การเลือกสารละลายมักบ่งชี้ด้วยการตรวจวัดทางห้องปฏิบัติการ แต่การให้สารน้ำเกลือแร่สมดุลอาจใช้ไปจนกระทั่ง มีการตรวจพบความผิดปกติของเกลือแร่ โดยทั่วไปมักไม่จำเป็นต้องรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล
ท่านที่เคยเดินทางผ่านไปประเทศตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งใน 1 ปีปฏิทินจะมีฤดูกาลซึ่งอุณหภูมิอากาศของประเทศร้อนสูงถึง 45-52 องศาเซลเซียส แต่ประชาชนของประเทศนั้นมีความรู้เพียงพอที่จะมีชีวิตอยู่ได้ในทะเลทรายที่มีอุณหภูมิสูงขณะนั้น และสามารถพัฒนาประเทศมาได้อย่างดียิ่ง จนถึงปัจจุบันจนเป็นเมืองตัวอย่าง เช่น เมืองดูไบ เป็นต้น โดยไม่มีผู้ใดประสบภยันตรายจากความร้อนในช่วงนั้น ทางการแพทย์มีความรู้เรื่องผลกระทบของความร้อนทั้งที่เกิดจากภายใน เช่น ภาวะไข้สูง หรือเกิดจากภายนอก เช่น ผู้ที่ปฏิบัติงานในโรงงานถลุงเหล็ก ฯลฯ ดังกล่าวข้างต้นแล้วนั้น จะเกิดผลกระทบต่อร่างกายได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ตะคริวแดด (Heat Cramps) ตะคริวแดดเป็นการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ มีอาการปวดและบังคับไม่ได้ มักเป็นที่น่อง ต้นขา และไหล่ ตะคริวแดดมักเป็นในผู้ที่มีเหงื่อออกมากและได้รับสารน้ำทดแทนด้วยน้ำเปล่าหรือสารละลาย Hypotonic อื่น ๆ ตะคริวอาจเกิดขึ้นขณะออกกำลังกายหรือหลังจากระยะแฝงเป็นเวลาหลายชั่วโมง บุคคลผู้ไม่เคยชินที่เริ่มการออกกำลังหนักท่ามกลางอากาศร้อนเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดตะคริวแดด แม้ว่าตะคริวแดดไม่ได้เป็นการเจ็บป่วยที่สำคัญนักและสามารถหายเอง ได้ แต่อาการปวดซึ่งเกิดร่วมด้วยอาจเป็นอาการที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์ได้ พยาธิกำเนิดของตะคริวแดดยังไม่ทราบกันอย่างแน่ชัด อย่างไรก็ตาม สมมุติฐานของการขาดโซเดียม โพแตสเซียม และสารน้ำอย่างสัมพันธ์ที่ระดับน้ำกล้ามเนื้อ เป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับกันโดยทั่วไป การที่มีการหลั่งเหงื่อซึ่งมีโซเดียมปริมาณสูงจำนวนมากควบกับการทดแทนโซเดียมไม่เพียงพอ เป็นผลให้เกิดภาวะโซเดียมต่ำ และก่อให้เกิดตะคริวด้วยการรบกวนการคลายตัวของกล้ามเนื้อซึ่งอาศัยแคลเซียม ภาวะโพแตสเซียมในเลือดต่ำจากการหายใจมากเกินไปและภาวะขาดน้ำอาจมีบทบาทส่งเสริมการเกิดตะคริว การรักษาประกอบด้วยการให้พักในสภาพแวดล้อมที่เย็นและให้สารน้ำและเกลือแร่ทดแทน ซึ่งอาจให้ดื่มหรือให้ทางหลอดเลือดก็ได้ ในรายที่เป็นไม่มากนักหรือมีผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาคับคั่ง อาจให้ผู้ป่วยดื่มสารละลายน้ำเกลือ 0.1 ถึง 0.2% ซึ่งส่วนใหญ่มักมีขายอยู่ตามท้องตลาด ในรายที่รุนแรงมากขึ้นอาจตอบสนองต่อการให้สารน้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ ตะคริวแดดสามารถป้องกันได้ด้วยการให้ได้รับเกลือในอาหารอย่างเพียงพอ หรือการดื่มน้ำเกลือแร่ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาด ไม่ควรใช้เกลืออัดเม็ดเนื่องจากเกลืออัดเม็ดระคายกระเพาะอาหารและมักเป็นผลให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน และเกลือเม็ดไม่ได้มีการชดเชยปริมาตรโรคเพลียแดด (Heat Exhaustion) การเพลียแดดเป็นกลุ่มอาการที่ไม่ชัดเจน มีลักษณะอาการที่ไม่จำเพาะ เช่น มึนงง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อ ลักษณะทางคลินิกอาจมีอาการเป็นลม, ความดันโลหิตตกเมื่อตั้งตัวขึ้น, หัวใจเต้นเร็ว, หายใจเร็ว, เหงื่อออกมาก และอุณหภูมิกายสูง อย่างไรก็ตามอุณหภูมิแกนแตกต่างกันออกไป อาจมีพิสัยตั้งแต่ปกติจนถึง 40 องศาเซลเซียส สภาพทางจิตประสาทปกติเนื่องจากอาการไม่จำเพาะและไม่ชัดเจน การวินิจฉัยการเพลียแดดจึงทำได้ด้วยการแยกโรคอื่นออกไป ในทางสรีรภาพ การเพลียแดดเป็นลักษณะร่วมของการขาดน้ำและเกลือแร่ การตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยทั่วไปมักพบภาวะเลือดเข้มข้น ส่วนความผิดปกติของเกลือแร่ขึ้นอยู่กับสัดส่วนการสูญเสียและการได้รับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับสารน้ำทดแทนมักเกิดภาวะโซเดียมในเลือดสูง ขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับสารน้ำเกลือแร่ทดแทนบางส่วนอาจมีอาการขาดสารน้ำที่มีระดับโซเดียมและคลอไรด์ในเลือดปกติ ส่วนความเข้มข้นของโพแตสเซียมและแมกนีเซียมมักแตกต่างกันออกไป การรักษาการเพลียแดดทำได้ด้วยการให้ผู้ป่วยพักและให้สารน้ำและเกลือแร่ทดแทน การให้สารน้ำปริมาณปานกลาง Saline Solution 1 ถึง 2 ลิตร ทางหลอดเลือดดำอย่างรวดเร็ว อาจจำเป็นในผู้ป่วยบางรายที่มีลักษณะ Tissue Hypoperfusion อย่างมีนัยสำคัญ การเลือกสารละลายมักบ่งชี้ด้วยการตรวจวัดทางห้องปฏิบัติการ แต่การให้สารน้ำเกลือแร่สมดุลอาจใช้ไปจนกระทั่ง มีการตรวจพบความผิดปกติของเกลือแร่ โดยทั่วไปมักไม่จำเป็นต้องรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล

1 ความคิดเห็น:
ควรหันมาช่วยกันแก้ปัญหาดีกว่าเกี่ยงกันหรือละเลยเพราะถ้าไม่ร่วมมือช่วยโลกของเราแล้วใครหละจะมาช่วย
"A U N G"
แสดงความคิดเห็น