วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2551

โรคร้อนขึ้นทุกวัน


ภาวะโรคร้อน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นตัวการสำคัญกักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ไม่ให้คายออกไปสู่ บรรยากาศ การเผาผลาญเชื้อเพลงฟอสซิลต่างๆ เช่น ถ่านหิน น้ำมันเชื้อเพลิง และการตัดไม้ทำลายป่าเหล่านี้ส่งผลให้ปริมาณ คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล อันส่งผลกระทบต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภัยธรรมชาติ ต่างๆเกิดบ่อยขึ้น ......และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ คือ...
1. จำนวนพายุ Hurricane Category 4 และ 5 เพิ่มขึ้นสองเท่า ในสามสิบปีที่ผ่านมา
2. เชื้อมาลาเรียได้แพร่กระจายไปในที่สูงขึ้น แม้แต่ใน Columbian, Andes ที่สูง 7000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล
3. น้ำแข็ง ใน ธารน้ำแข็ง เขตกรีนแลนด์ ละลายเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
4. สัตว์ต่างๆ อย่างน้อย 279 สปีชี่ส์กำลังตอบสนองต่อ ภาวะโลกร้อน โดยพยายามย้ายถิ่นที่อยู่หากเรายังเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น รับรองได้เลยว่าจะเกิดเรื่องอย่างนี้แน่
5. อัตรา ผู้เสียชีวิต จาก โลกร้อน จะพุ่งไปอยู่ที่ 300000 คนต่อปี ใน 25 ปีต่อจากนี้
6. ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 20 ฟุต
7. คลื่นความร้อน จะมาบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น
8. ภาวะฝนแล้ง และไฟป่าจะเกิดบ่อยขึ้น
9. มหาสมุทรอาร์กติกจะไม่เหลือน้ำแข็ง ภายในฤดูร้อน 2050
10.สิ่งมีชีวิตกว่าล้านสปีชี่ส์เสี่ยงที่จะสูญพันธุ์

วิธีช่วยลดปัญหาโลกร้อน
คู่มือช่วยลด ภาวะโลกร้อน Ten Things To Do จาก An Inconvenient Truth
1. เปลี่ยนหลอดไฟ การเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดไส้เป็นฟลูออเรสเซนต์หนึ่งดวง จะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ได้ 150 ปอนด์ต่อปี
2. ขับรถให้น้อยลงหากเป็นระยะทางใกล้ๆ สามารถเดินหรือขี่จักรยานแทนได้ การขับรถยนตร์เป็นระยะทาง 1ไมล์จะปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ 1 ปอนด์
3. รีไซเคิลให้มากขึ้นลดขยะของบ้านคุณให้ได้ครึ่งนึงจะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 2400 ปอนด์ต่อปี
4. เช็คลมยางการขับรถโดยที่ยางมีลมน้อย อาจทำให้เปลืองน้ำมันขึ้นได้ถึง 3% จากปกติน้ำมันๆทุกๆแกลลอนที่ประหยัดได้ จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 20 ปอนด์
5. ใช้น้ำร้อนให้น้อยลงในการทำน้ำร้อน ใช้พลังงานในการต้มสูงมาก การปรับเครื่องทำน้ำอุ่น ให้มีอุณหภูมิและแรงน้ำให้น้อยลง จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ์ได้ 350 ปอนด์ต่อปี หรือการซักผ้าในน้ำเย็น จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ปีละ 500 ปอนด์
6. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์เยอะเพียงแค่ลดขยะของคุณเอง 10 % จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 1200 ปอนด์ต่อปี
7. ปรับอุณหภูมิห้องของคุณ(สำหรับเมืองนอก)ในฤดูหนาว ปรับอุณหภูมิของ heater ให้ต่ำลง 2 องศา และในฤดูร้อน ปรับให้สูงขึ้น 2 องศาจะลดคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 2000 ปอนด์ต่อปี
8. ปลูกต้นไม้การ ปลูกต้นไม้ หนึ่งต้น จะดูดซับคาร์บอนไดออก ไซด์ได้ 1 ตัน ตลอดอายุของมันุ
9. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช่ปิดทีวี คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อไม่ใช้ จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้นับพันปอนด์ต่อปีและอย่างสุดท้าย
10. บอกเพื่อนๆของคุณเกี่ยวกับวิธีเหล่านี้

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2551

An Inconvenient Truth หนังสารคดี...สำหรับคนรักษ์โลก


An Inconvenient Truth


ประเภท :: สารคดี

วันที่เข้าฉาย :: 31 สิงหาคม 2549

ความยาว :: 100 นาที

กำกับโดย :: Davis Guggenheim

ประเทศที่สร้าง :: USA





เหตุการณ์จริงเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของโลกที่กำลังเผชิญอยู่ อัล กอร์ ผู้ซึ่งเคยลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในอีกด้านหนึ่งนั้น เขาเป็นคนที่สนใจอย่างจริงจังในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เขาได้ออกเดินทางท่องไปทั่วโลก เพื่อนำเสนอผลงานที่ว่าด้วยเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก ผลงานของเขาได้ชี้บอกข้อมูลที่ว่าในเวลานี้ มนุษยชาติต้องเผชิญหน้ากับอุณหภูมิโลกที่ร้อนขึ้น หรืออาจต้องเผชิญกับภัยพิบัติที่จะติดตามมา


ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการติดตามการเดินทางทั่วโลกของ อัล กอร์ เพื่อทำหน้าที่เสมือนตัวแทนของการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของโลก การสำรวจว่า อัล กอร์ เริ่มหลงใหลในประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร ผสมรวมเข้ากับเรื่องราวที่ว่าโลกก้าวมาสู่สภาวะที่เป็นอันตรายเช่นนี้ได้อย่างไร และที่สำคัญพวกเราสามารถทำอะไรได้บ้าง


อัล กอร์ บอกว่านี่คือการรณรงค์ ไม่ใช่เพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง แต่เพื่อจะเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้คนทั่วโลกเกี่ยวกับวิกฤตสภาพอากาศ และเพื่อชี้หนทางไปสู่ทางออกซึ่งยังมีอยู่ แต่ต้องตอบสนองและลงมือกระทำอย่างเร็วที่สุด

หากคุณจะเป็นคนหนึ่งที่ช่วยรักษาโลก

สารคดีเรื่องนี้อาจจะบอกความเป็นจริงของโลก

ซึ่งคุณอาจจะรับมันไม่ได้ ...

Don't miss it !!

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551

'ผลกระทบของโรคร้อน ประเทศไทยร้อน ต่อร่างกายมนุษย์และคนไทย'


มนุษย์โลกได้เรียนรู้สืบทอดกันมาโดยตลอดว่า การอยู่ท่ามกลางแสงแดดหรือความร้อนนาน ๆ มีผลทำให้สุขภาพแย่ลงมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ผู้ที่ทำงานโรงงานถลุงเหล็ก โรงงานหลอมโลหะ เหมืองแร่ พนักงานผจญเพลิง ทหารเกณฑ์ ทหารอาชีพ นักกีฬาสมัครเล่นและอาชีพ และเกษตรกร เป็นตัวอย่างของผู้ที่ต้องทำงานหรือออกกำลังภายใต้ภาวะเหงื่อโซมกาย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้สูงอายุที่มีภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง ผู้ติดสุราเรื้อรัง และผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่มจิตเวช ยาที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทอัตโนมัติ หรือยาทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ล้วนเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดการเจ็บป่วยที่เกี่ยวเนื่องกับความร้อน แม้อยู่ท่ามกลางความร้อนเพียงปานกลาง Heatstroke ยังคงเป็นสาเหตุการตายที่พบได้บ่อย มีอัตราตายตั้งแต่ร้อยละ 10 ถึงร้อยละ 75 ในสหรัฐอเมริกามีประชาชนเสียชีวิตด้วยโรค “ภาวะช็อกจากความร้อน” มากกว่า 4,000 รายในแต่ละปี และเป็นสาเหตุการตายลำดับที่สองของนักกีฬารุ่นเยาว์ นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยที่มีสาเหตุสัมพันธ์กับความร้อน ซึ่งไม่ได้รายงานหรือไม่ได้นึกถึงอีกเป็นจำนวนมาก
ท่านที่เคยเดินทางผ่านไปประเทศตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งใน 1 ปีปฏิทินจะมีฤดูกาลซึ่งอุณหภูมิอากาศของประเทศร้อนสูงถึง 45-52 องศาเซลเซียส แต่ประชาชนของประเทศนั้นมีความรู้เพียงพอที่จะมีชีวิตอยู่ได้ในทะเลทรายที่มีอุณหภูมิสูงขณะนั้น และสามารถพัฒนาประเทศมาได้อย่างดียิ่ง จนถึงปัจจุบันจนเป็นเมืองตัวอย่าง เช่น เมืองดูไบ เป็นต้น โดยไม่มีผู้ใดประสบภยันตรายจากความร้อนในช่วงนั้น ทางการแพทย์มีความรู้เรื่องผลกระทบของความร้อนทั้งที่เกิดจากภายใน เช่น ภาวะไข้สูง หรือเกิดจากภายนอก เช่น ผู้ที่ปฏิบัติงานในโรงงานถลุงเหล็ก ฯลฯ ดังกล่าวข้างต้นแล้วนั้น จะเกิดผลกระทบต่อร่างกายได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ตะคริวแดด (Heat Cramps) ตะคริวแดดเป็นการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ มีอาการปวดและบังคับไม่ได้ มักเป็นที่น่อง ต้นขา และไหล่ ตะคริวแดดมักเป็นในผู้ที่มีเหงื่อออกมากและได้รับสารน้ำทดแทนด้วยน้ำเปล่าหรือสารละลาย Hypotonic อื่น ๆ ตะคริวอาจเกิดขึ้นขณะออกกำลังกายหรือหลังจากระยะแฝงเป็นเวลาหลายชั่วโมง บุคคลผู้ไม่เคยชินที่เริ่มการออกกำลังหนักท่ามกลางอากาศร้อนเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดตะคริวแดด แม้ว่าตะคริวแดดไม่ได้เป็นการเจ็บป่วยที่สำคัญนักและสามารถหายเอง ได้ แต่อาการปวดซึ่งเกิดร่วมด้วยอาจเป็นอาการที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์ได้ พยาธิกำเนิดของตะคริวแดดยังไม่ทราบกันอย่างแน่ชัด อย่างไรก็ตาม สมมุติฐานของการขาดโซเดียม โพแตสเซียม และสารน้ำอย่างสัมพันธ์ที่ระดับน้ำกล้ามเนื้อ เป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับกันโดยทั่วไป การที่มีการหลั่งเหงื่อซึ่งมีโซเดียมปริมาณสูงจำนวนมากควบกับการทดแทนโซเดียมไม่เพียงพอ เป็นผลให้เกิดภาวะโซเดียมต่ำ และก่อให้เกิดตะคริวด้วยการรบกวนการคลายตัวของกล้ามเนื้อซึ่งอาศัยแคลเซียม ภาวะโพแตสเซียมในเลือดต่ำจากการหายใจมากเกินไปและภาวะขาดน้ำอาจมีบทบาทส่งเสริมการเกิดตะคริว การรักษาประกอบด้วยการให้พักในสภาพแวดล้อมที่เย็นและให้สารน้ำและเกลือแร่ทดแทน ซึ่งอาจให้ดื่มหรือให้ทางหลอดเลือดก็ได้ ในรายที่เป็นไม่มากนักหรือมีผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาคับคั่ง อาจให้ผู้ป่วยดื่มสารละลายน้ำเกลือ 0.1 ถึง 0.2% ซึ่งส่วนใหญ่มักมีขายอยู่ตามท้องตลาด ในรายที่รุนแรงมากขึ้นอาจตอบสนองต่อการให้สารน้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ ตะคริวแดดสามารถป้องกันได้ด้วยการให้ได้รับเกลือในอาหารอย่างเพียงพอ หรือการดื่มน้ำเกลือแร่ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาด ไม่ควรใช้เกลืออัดเม็ดเนื่องจากเกลืออัดเม็ดระคายกระเพาะอาหารและมักเป็นผลให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน และเกลือเม็ดไม่ได้มีการชดเชยปริมาตรโรคเพลียแดด (Heat Exhaustion) การเพลียแดดเป็นกลุ่มอาการที่ไม่ชัดเจน มีลักษณะอาการที่ไม่จำเพาะ เช่น มึนงง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อ ลักษณะทางคลินิกอาจมีอาการเป็นลม, ความดันโลหิตตกเมื่อตั้งตัวขึ้น, หัวใจเต้นเร็ว, หายใจเร็ว, เหงื่อออกมาก และอุณหภูมิกายสูง อย่างไรก็ตามอุณหภูมิแกนแตกต่างกันออกไป อาจมีพิสัยตั้งแต่ปกติจนถึง 40 องศาเซลเซียส สภาพทางจิตประสาทปกติเนื่องจากอาการไม่จำเพาะและไม่ชัดเจน การวินิจฉัยการเพลียแดดจึงทำได้ด้วยการแยกโรคอื่นออกไป ในทางสรีรภาพ การเพลียแดดเป็นลักษณะร่วมของการขาดน้ำและเกลือแร่ การตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยทั่วไปมักพบภาวะเลือดเข้มข้น ส่วนความผิดปกติของเกลือแร่ขึ้นอยู่กับสัดส่วนการสูญเสียและการได้รับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับสารน้ำทดแทนมักเกิดภาวะโซเดียมในเลือดสูง ขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับสารน้ำเกลือแร่ทดแทนบางส่วนอาจมีอาการขาดสารน้ำที่มีระดับโซเดียมและคลอไรด์ในเลือดปกติ ส่วนความเข้มข้นของโพแตสเซียมและแมกนีเซียมมักแตกต่างกันออกไป การรักษาการเพลียแดดทำได้ด้วยการให้ผู้ป่วยพักและให้สารน้ำและเกลือแร่ทดแทน การให้สารน้ำปริมาณปานกลาง Saline Solution 1 ถึง 2 ลิตร ทางหลอดเลือดดำอย่างรวดเร็ว อาจจำเป็นในผู้ป่วยบางรายที่มีลักษณะ Tissue Hypoperfusion อย่างมีนัยสำคัญ การเลือกสารละลายมักบ่งชี้ด้วยการตรวจวัดทางห้องปฏิบัติการ แต่การให้สารน้ำเกลือแร่สมดุลอาจใช้ไปจนกระทั่ง มีการตรวจพบความผิดปกติของเกลือแร่ โดยทั่วไปมักไม่จำเป็นต้องรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล